วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เทพชัย หย่อง จี้ช่อง 3 ทบทวน สรยุทธ ควรทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่

 * เทพชัย หย่อง จี้ช่อง 3 ทบทวน สรยุทธ ควรทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่ *
สรยุทธ อ่านข่าว
เทพชัย หย่อง จี้ช่อง 3 ทบทวน สรยุทธ สุทัศนะจินดา ควรปฏิบัติหน้าที่อ่านข่าวต่อหรือไม่ ชี้คดีไร่ส้มถือเป็นบทเรียนของสื่อ
วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 นายเทพชัย หย่อง นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวถึงกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาสั่งจำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เป็นเวลา 20 ปี แต่ลดโทษให้เหลือ 13 ปี 4 เดือน ในคดียักยอกเงินโฆษณา อสมท. ว่า คดีนี้ถือเป็นบทเรียนของสื่อที่ปัจจุบันสังคมจับตามองและตรวจสอบบทบาทของสื่อได้มากขึ้น ดังนั้นเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นสื่อแล้วก็ควรทำหน้าที่อย่างสุจริต มีบรรทัดฐานเดียวกันในการทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ เช่นเดียวกับที่สื่อต้องการให้ราชการ นักการเมือง มีมาตรฐาน สื่อก็ต้องไม่หาประโยชน์เข้าตัวเอง แต่เชื่อว่ามีคนที่ยังแยกแยะบทบาทของตัวเองไม่ออก
นายเทพชัย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์เมื่อสื่อทำผิดก็จะถูกสังคมตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากข่าวอาชญากรรม การเมือง บันเทิง อย่างกรณีของ ปอ ทฤษฎี ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่สำหรับกรณีของสรยุทธ อาจจะเป็นอีกระดับหนึ่งขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องของการรายงานข่าวแต่เป็นเรื่องพฤติกรรมของคนที่บริหารองค์กร ธุรกิจสื่อ หากถามว่าเรื่องนี้จะมีผลต่อการทำหน้าที่อ่านข่าวหรือไม่นั้น ก็มีแน่นอนตั้งแต่อัยการสั่งฟ้องคุณสรยุทธทุจริต จนมีคำถามตามมาว่า คุณสรยุทธยังสมควรจะปฏิบัติหน้าที่อ่านข่าวต่ออีกหรือไม่ และการที่คุณสรยุทธเป็นผู้บริหารบริษัทไร่ส้มด้วย ทั้งทำหน้าที่เป็นผู้อ่านข่าวด้วย ซึ่งแยกแยะบทบาทกันไม่ออกนั้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเขาอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตามส่วนตัวเชื่อว่าหากช่อง 3 ยังให้สรยุทธอ่านข่าวต่อไป ช่อง 3 ต้องเจอคำถามเรื่องนี้ทุกวัน ไม่รู้ว่าจะคุ้มค่าหรือไม่กับเรตติ้ง ถือเป็นความท้าทายของช่อง 3 ว่าจะยอมสละสรยุทธหรือเปล่า แต่เชื่อว่าปฏิกิริยาจากสังคมในเรื่องนี้จะแรงมากกว่าช่วงที่ผ่านมา เพราะว่าคดีนี้มีคำพิพากษาออกมาชัดเจนแล้ว และประชาชนมีสิทธิที่จะมีความรู้สึกว่าจะยอมรับคนที่ถูกศาลพิพากษามีความผิดหรือไม่ ซึ่งตนมีความหวังว่าสรยุทธกับช่อง 3 จะเคารพความรู้สึกของคนดูบ้าง
สุดท้ายอยากให้สื่อทบทวนบทบาทของตัวเองต่อสังคมว่าคืออะไรกันแน่และอยากให้ตรวจสอบตัวเองว่าโปร่งใสแค่ไหน รวมทั้งทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งตัวองค์กรและตัวบุคลากร แบบเดียวกันกับที่สื่อเรียกร้องให้คนอื่นทำ
ภาพและข้อมูลจาก ช่อง 2, Instagram sorrayuth9111

คืนจอ สรยุทธ จัดเรื่องเล่าเช้านี้ตามปกติ อ่านข่าวคดีไร่ส้มเอง

 * คืนจอ สรยุทธ จัดเรื่องเล่าเช้านี้ตามปกติ อ่านข่าวคดีไร่ส้มเอง *
ข่าวไร่ส้ม สรยุทธ
สรยุทธ สุทัศนะจินดา จัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 ตามปกติ และอ่านคดีบริษัทไร่ส้มด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันขอต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม
จากกรณีที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาสั่งจำคุก นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง เป็นเวลา 20 ปี แต่ลดโทษให้เหลือ 13 ปี 4 เดือน ในคดียักยอกเงินโฆษณา อสมท. ต่อมาศาลชั้นต้นให้ประกันตัวชั่วคราว 2 ล้านบาท พร้อมสั่งห้ามออกนอกประเทศและต้องมารายงานตัวทุก 30 วัน
ล่าสุด วันนี้ (1 มีนาคม 2559) นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ยังคงจัดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ พร้อมอ่านข่าวคดีบริษัทไร่ส้มด้วยตัวเองเป็นข่าวแรก โดยระบุว่า เคารพคำพิพากษาของศาล และขอใช้สิทธิในการต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมต่อไป
ภาพจาก เรื่องเล่าเช้านี้

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ศาลสั่งจำคุก สรยุทธ 13 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา เซ่นคดี บ.ไร่ส้ม เบี้ยวค่าโฆษณา

 * ศาลสั่งจำคุก สรยุทธ 13 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา เซ่นคดี บ.ไร่ส้ม เบี้ยวค่าโฆษณา *
สรยุทธ ไร่ส้ม
ศาลสั่งจำคุก สรยุทธ 13 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา เซ่น คดี บ.ไร่ส้ม เบี้ยวค่าโฆษณา ขณะที่ นางพิชชาภา โดนคุก 30 ปี ลดเหลือ 20 ปี ส่วน บ.ไร่ส้ม โดนปรับ 8 หมื่นบาท
จากกรณีที่ วันที่ 22 มกราคม 2559 ศาลอาญา รัชดา ได้นัดสืบพยานจำเลยครั้งสุดท้าย ในคดีดำ อ.313/2558 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ฟ้อง นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน), บริษัท ไร่ส้ม จำกัด โดย น.ส.อังคนา วัฒนมงคลศิลป์ และ น.ส.สุกัญญา แซ่ลิ่ม ในฐานะกรรมการผู้จัดการ และกรรมการ บจก.ไร่ส้ม, นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง และประธานกรรมการ บจก.ไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม ร่วมกันเป็นจำเลยฐานกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 และฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว
สืบเนื่องจาก นางพิชชาภา ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บเงินในส่วนดังกล่าวจากบริษัทไร่ส้ม ระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 ถึง 28 เมษายน 2549 ทำให้บริษัท อสมท เสียหายทั้งสิ้น 138,790,000 บาท และนางพิชชาภายังได้เรียกรับเอาเงิน 658,996 บาท จากจำเลยอื่น ๆ เพื่อเป็นการตอบแทนด้วยนั้น
ล่าสุด ช่วงเช้าวันนี้ (29 กุมภาพันธ์ 2559) ศาลได้นัดฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าว เวลา 09.00 น. ซึ่งทางนายสรยุทธได้เดินทางมาถึงศาลแล้ว แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อแต่อย่างใด บอกเพียงว่าขอขึ้นไปฟังศาลก่อน
อย่างไรก็ดี ศาลได้พิพากษาสั่งจำคุก สรยุทธและลูกน้องคนละ 20 ปี แต่ลดเหลือ 13 ปี 3 เดือน ไม่รอลงอาญา ส่วน นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด โดนคุก 30 ปี ลดเหลือ 20 ปี ไม่รอลงอาญาเช่นกัน พร้อมปรับบริษัทไร่ส้ม 8 หมื่นบาท

มาดูกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตอบคนแจ้งเรื่องรองเท้าปลอม บอกเลยว่ากวนมาก

 * มาดูกรมทรัพย์สินทางปัญญา ตอบคนแจ้งเรื่องรองเท้าปลอม บอกเลยว่ากวนมาก *
yeezy ปลอม
มาดูลีลาการตอบโพสต์ หลังมีคนแจ้งสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านเพจ กรมทรัพย์สินทางปัญญา บอกเลยว่าลีลากวนใช่ย่อย โดนใจชาวเน็ตอย่างแรง
เรียกว่ากำลังเป็นที่สนใจและฮือฮาในกลุ่มชาวโซเซียลในขณะนี้ สำหรับแอดมินของเพจ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่มาพร้อมกับลีลาการตอบคำถามลูกเพจ ตลอดจนผู้ที่แจ้งเบาะแสสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ได้อย่างน่ารัก ปนเฮฮา จนเกิดวลีฮิตที่ทำเอาหลายคนสะดุ้งกันมาแล้วอย่างการโพสต์เตือนเพจที่แชร์หนังซูมว่า "ไม่น่ารักเลย"
มาล่าสุดวันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2559) ดูเหมือนว่าชาวเน็ตจะได้ฮือฮากับโพสต์จากแอดมินเพจกรมทรัพย์สินทางปัญญากันอีกครั้ง หลังจากที่เพจ เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน ได้เข้าไปแจ้งเบาะแสรองเท้าดัง Yeezy ที่ต้องต่อแถวซื้อมีคนเอามาขายแบบละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ได้รับเรื่องไว้เพื่อส่งต่อยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
แต่ทีเด็ดซึ่งโดนใจชาวโซเชียลเข้าอย่างจัง ก็คือคอมเม้นท์ต่อมาของเพจกรมทรัพยสินทางปัญญา ที่แอบบลัฟกันเบา ๆ ว่าเพจอื่นขายถูกกว่านี้อีก งานนี้ทำเอาชาวเน็ตแซวกันใหญ่ว่าแอดมินแอบอุดหนุนเพจอื่นอยู่หรือเปล่า ซึ่งก็มีอันต้องเฮฮากันขึ้นไปอีก เมื่อเจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน ออกมายืนยันว่าได้ถามแล้ว แอดมินยืนยันว่าไม่เคยอุดหนุนของปลอม เพราะมีของแท้อยู่แล้วนั่นเอง
ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน, เพจเฟซบุ๊ก กรมทรัพย์สินทางปัญญา

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

แม่ใจทมิฬฝังทารกน้อยทั้งเป็น ชาวบ้านผ่านมาเห็น-ช่วยรอดปาฏิหาริย์

 * แม่ใจทมิฬฝังทารกน้อยทั้งเป็น ชาวบ้านผ่านมาเห็น-ช่วยรอดปาฏิหาริย์ *
เด็กทารกโดนแทง
ทารกน้อยเพิ่งคลอดถูกแม่ใจทมิฬจับคว่ำหน้ายัดใส่ถุงพลาสติกรัดคอ ก่อนนำฝังดินทั้งเป็น แต่โชคดีชาวบ้านผ่านมาเห็นรีบขุดขึ้นมาได้ทัน
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บนโลกโซเชียลได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความใจร้ายใจดำของแม่คนหนึ่งที่นำเด็กทารกที่เพิ่งคลอดมาฝังดินทั้งเป็น โดยเรื่องดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่าน เฟซบุ๊ก ตูมตาม เดอะสกอร์ ระบุว่า มีแม่เอาเด็กมาทิ้งไว้ที่ทุ่งนาติดกับ‎บ้านโนนสวรรค์‬ ต.คอนฉิม อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น โดยตอนนี้น้องอยู่โรงพยาบาลแวงใหญ่ และกำลังจะส่งตัวน้องไปโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น พร้อมขอให้เพื่อน ๆ ช่วยแชร์เพื่อตามหาพ่อแม่ของน้องด้วยครับ
ต่อมา ผู้สื่อข่าวของเดลินิวส์ออนไลน์ ได้สอบถาม นางขจิต ครองยุทธ์ อายุ 53 ปี ผู้พบเด็กทารกเพศชายรายนี้ ทราบว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 17.00-18.00 น. ของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตอนที่ตนกำลังต้อนวัวที่เลี้ยงไว้กลับเข้าคอก ก็ได้ยินเสียงเหมือนงูกัดกับตุ๊กแกจึงพยายามมองหา แต่ก็ไม่พบอะไร จนเสียงดังขึ้นเป็นครั้งที่ 3 จึงได้มองไปที่บริเวณพื้นดิน ก็เห็นว่ามีพื้นดินจุดหนึ่งที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่ ๆ และเสียงก็ดังมาจากจุดนั้น ก็ตัดสินใจเดินเข้าไปพร้อมกับถือไม้ไปเขี่ยที่พื้นดิน โดยภาพแรกที่ได้เห็นตนรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก เพราะเห็นเท้าเด็กโผล่ขึ้นมาจึงรีบช่วยเหลือ เมื่อสามีและผู้ใหญ่บ้านเดินทางมายังจุดที่ตนพบเด็กทารก ก็ช่วยกันนำตัวเด็กทารกขึ้นมาจากหลุมที่ลึกประมาณ 20 เซนติเมตร และนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที
นางขจิต กล่าวต่อว่า ตอนที่ขุดเจอเด็กทารกนั้น ตนแทบช็อก เพราะไม่คิดว่าจะมีคนนำเด็กทารกมาฝังดินทั้ง ๆ ที่เด็กยังมีลมหายใจอยู่แบบนี้ และยิ่งตอนที่เห็นสภาพของเด็กทารกที่เพิ่งช่วยกันขุดขึ้นมาเนื้อตัวเต็มไปด้วยคราบเลือด แถมยังถูกรัดคอด้วยถุงพลาสติกแบบนั้น ก็ยิ่งรู้สึกสงสาร และอยากถามคนที่ทำว่า จิตใจทำด้วยอะไรจึงได้กล้าทำเรื่องโหดร้ายแบบนี้ได้
ด้านนายพรชัย มานาง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 บ้านโนนสวรรค์ ต.คอนฉิม อ.แวงใหญ่ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า จุดที่พบร่างเด็กทารกเป็นป่าต้นยูคาลิปตัส ซึ่งอยู่กลางทุ่งนา และโดยรอบบริเวณดังกล่าวก็พบรอยล้อรถจักรยานยนต์และรอยเท้า ทั้งนี้ ยังพบเสื้อยืดสีชมพูเปื้อนคราบเลือดอีกด้วย
โดยภายหลังได้นำตัวเด็กส่งโรงพยาบาลแวงใหญ่ จ.ขอนแก่น แพทย์ก็ได้ตรวจร่างกายของเด็กทารกคนดังกล่าว พร้อมแจ้งว่า เด็กทารกคนนี้มีร่องรอยถูกทำร้าย เนื่องจากที่บริเวณหน้าท้องเขียวช้ำ และมีบาดแผลหลายจุด แต่ขณะนี้อาการปลอดภัยดี
นายพรชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ต้องบอกเลยว่าเด็กทารกคนนี้เป็นเด็กที่มีบุญจริง ๆ เพราะปกติบริเวณที่พบตัวเด็กทารกนั้น ไม่ค่อยมีคนเดินผ่าน แต่เด็กทารกคนนี้กลับโชคดีที่มีคนไปเจอเข้า จึงทำให้รอดชีวิตมาได้
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่า ผู้ที่นำเด็กทารกมาฝังทั้งเป็นนั้น น่าจะเป็นคนในพื้นที่ และหลังจากนี้จะเร่งสืบสวนข้อมูลเพื่อติดตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็กให้ได้โดยเร็วที่สุด
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ตูมตาม เดอะสกอร์

เปิดภาพล่าสุด แม่ครูวัฒนะ นักแสดงรุ่นใหญ่ หลังไร้งานกว่า 6 เดือน

 * เปิดภาพล่าสุด แม่ครูวัฒนะ นักแสดงรุ่นใหญ่ หลังไร้งานกว่า 6 เดือน *
แม่ครูวัฒนะ
เปิดภาพล่าสุด แม่ครูวัฒนะ นักแสดงรุ่นใหญ่ ในวัย 78 ปี หลังต้องอยู่คนเดียวแถมไร้งานมานานกว่า 6 เดือน เหตุสุขภาพไม่ค่อยดี ชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจแม่ครูวัฒนะ
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชื่อของ "แม่ครูวัฒนะ" นักแสดงรุ่นใหญ่เจ้าของบทบาทการแสดงหลากหลายที่หลายคนคุ้นหน้ากันเป็นอย่างดี กำลังถูกพูดถึงผ่านโลกออนไลน์อยู่ในตอนนี้ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chatchawat Devilman Prasopnet ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อมูลสภาพความเป็นอยู่ของแม่ครูวัฒนะ ระบุว่า แม่ครูวัฒนะ นักแสดงตัว Main Actress ระดับตำนาน วัย 78 ปี ไม่ได้รับงานกว่า 6 เดือนแล้ว เพราะแม่ครูวัฒนะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ และทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตเพียงลำพังกับบรรดาน้องแมว เนื่องจากไม่มีสามีและลูกหลานคอยดูแล หากใครคิดถึงแม่ครูวัฒนะก็ไปเยี่ยมได้ที่ซอยวัดประดู่ธรรมาธิปัตย์ บางโพ บางซื่อ กรุงเทพฯ
ขณะที่แม่ครูวัฒนะ ก็ได้เปิดเผยผ่านคลิปอย่างอารมณ์ดีว่า ตอนนี้ชีวิตสบายดี กำลังจะไปสบาย พร้อมฝากความคิดถึงไปยังเพื่อนรุ่นเดียวกัน ก่อนบอกตอนนี้ถ้าไปเล่นละครเดินไหว แต่ถ้าไม่ได้ไปเล่นละครก็เดินไม่ไหว
ซึ่งหลังจากที่คลิปที่ว่านี้ถูกเผยแพร่ออกมาก็ได้มีคนเข้ามาชื่นชมแม่ครูวัฒนะ พร้อมให้รายละเอียดถึงผลงานที่แม่ครูวัฒนะมีส่วนร่วมกันมากมาย โดยเฉพาะกับการแสดงในมิวสิควิดีโอ "ผู้หญิงคนนี้ชื่อแม่" ของนักร้อง "ปาล ประกาศิต" ที่ใครมีโอกาสได้ชมก็ต่างยกนิ้วให้กับการแสดงของแม่ครูวัฒนะ
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก RsiamMusic : อาร์สยาม, เฟซบุ๊ก Chatchawat Devilman Prasopnet

วันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ฮัท เดอะสตาร์ บินเชียงรายเย็นนี้ ขอลบข้อความและขอโทษด้วยตนเอง

 * ฮัท เดอะสตาร์ บินเชียงรายเย็นนี้ ขอลบข้อความและขอโทษด้วยตนเอง *

          ฮัท เดอะสตาร์ บินเชียงรายเย็นนี้ ขอลบข้อความและขอโทษด้วยตนเอง ส่วนประเด็นที่โทรไปข่มขู่ ยันเป็นเบอร์ตนเอง แต่ไม่ได้โทรไป ด้านชาวบ้านยืนยัน ไม่มีใครบอกให้เขียน พร้อมเอาสีไปทาทับแล้ว

          กลายเป็นดราม่าร้อนแรงจนนักร้องอย่าง ฮัท เดอะสตาร์ หรือ ฮัท จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร ต้องชูการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์อีกราย สำหรับกรณีที่หนุ่มฮัทไปเขียนหลักกิโลเมตรที่ภูชี้ฟ้า พอมีคนแฉและตำหนิกลับตอบกลับด้วยข้อความหยาบคาย นอกจากนี้ หนุ่มที่ตั้งกระทู้แฉยังอ้างว่า มีการโทรศัพท์มาข่มขู่อีกด้วย โดยบอกว่า อย่าเสือก อยากลองดีกันกูเหรอ เดี๋ยวมึงโดน ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว ฮัท เดอะสตาร์ เจอแฉอีก ชาวเน็ตอ้างถูกโทรข่มขู่ หลังโพสต์เตือนดราม่าเขียนภูชี้ดาว) 

          อย่างไรก็ดี ล่าสุด วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ติดต่อสอบถามไปยังผู้จัดการของ ฮัท ระบุว่า จริง ๆ แล้วฮัทมีแผนที่จะเดินทางไปประเทศอินโดนีเซีย แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าวฮัทได้ตัดสินใจเปลี่ยนแผนขึ้นเครื่องบินไปเชียงราย ก่อนที่จะเดินทางไปยังภูชี้ดาว เพื่อลบข้อความที่เขียนไว้ พร้อมกับกล่าวขอโทษกันสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย

          นอกจากนี้ประเด็นที่โทรศัพท์ไปข่มขู่ผู้ที่ตั้งกระทู้นั้น ผู้จัดการระบุว่า เบอร์ที่ปรากฏเป็นเบอร์ของฮัทจริง แต่ฮัทยืนยันว่าไม่ได้มีการโทรไปหาใครเลย ซึ่งเบอร์ที่ปรากฏเป็นเบอร์ที่ฮัทเขียนไว้ในโปรไฟล์ของอินสตาแกรม และหลังจากเกิดเรื่องมีคนโทรเข้ามาเยอะมาก แต่ก็ไม่ได้รับสายใคร จากนั้นฮัทก็ลบเบอร์โทรศัพท์ออกจากโปรไฟล์แล้ว

           อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 นายสุทัศน์ มณีแสงดาว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านร่มโพธิ์เงิน ม.11 ต.ปอ อ.เวียงแก่น พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่หลักเขตดังกล่าว และพบข้อความนั้นจริง แต่ยืนยันว่าทางชาวบ้านในหมู่บ้านไม่มีใครรับรู้ด้วย และไม่เคยบอกให้ใครเขียนข้อความนั้น ซึ่งโดยปกติแล้ว ชาวบ้านที่เป็นไกด์ท้องถิ่น มักจะรอที่ลานจอดรถที่ห่างไป 300 เมตร และไม่เดินตามขึ้นไปเพื่อให้นักท่องเที่ยวดื่มด่ำกับบรรยากาศเต็มที่ ดังนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนบอกให้นักท่องเที่ยวเขียนข้อความใด ๆ บนหลักเขตแดนดังกล่าว

           นอกจากนี้ เสาดังกล่าวยังถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการและเป็นของสาธารณะ จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะมีการขีดเขียนข้อความใด ๆ จึงทำให้ทางอำเภอและชาวบ้าน ไปทำความสะอาดเสาดังกล่าว และเอาสีไปทาทับเรียบร้อยแล้ว และจากนี้จะช่วยกันดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

ภาพจาก คุณ หมอฟันกลางนา เว็บไซต์พันทิปดอทคอม, Instagram hutdragon7, thaich2, เฟซบุ๊ก เรื่องเด่นเย็นนี้

ดร.ธรณ์ โพสต์ห้ามกินปลาหมึกสายวงฟ้าเด็ดขาด ชี้ มีโอกาสเรือประมงจับได้

 * ดร.ธรณ์ โพสต์ห้ามกินปลาหมึกสายวงฟ้าเด็ดขาด ชี้ มีโอกาสเรือประมงจับได้ *
ปลาหมึกสายวงฟ้า
ดร.ธรณ์ โพสต์ห้ามกินปลาหมึกสายวงฟ้าเด็ดขาด ชี้ มีโอกาสเรือประมงจับได้ ตอนนี้ยังไม่มียาแก้พิษ
จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าว พบปลาหมึงวงแหวนสีน้ำเงิน ปะปนอยู่ในปลาหมึกสดที่วางขาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2559 เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ของ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีการเขียนข้อความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า หากพบเห็น ห้ามกินเด็ดขาด ส่วนโอกาสที่เรือประมงจะจับปลาหมึกชนิดนี้นั้น ถือว่ามีโอกาสทำได้ แต่โอกาสเสี่ยงที่จะพบก็ยังมีน้อยอยู่ และไร้ยาแก้พิษ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ดีเจฟ้า ผูกคอตาย ตำรวจเผยสาเหตุ คาดน้อยใจแฟนทอม

 * ดีเจฟ้า ผูกคอตาย ตำรวจเผยสาเหตุ คาดน้อยใจแฟนทอม *
ดีเจฟ้า
ตำรวจคาดปมเสียชีวิต ดีเจฟ้า ผูกคอตาย เกิดจากความน้อยใจแฟนทอมไม่ไปหา ญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย พร้อมนำศพประกอบพิธีทางศาสนาจังหวัดบุรีรัมย์
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 ร.ต.ท. อิสระพงษ์ ผาผาย พงส.สน.โชคชัย เปิดเผยว่า ในเวลา 11.00 น. ของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุมีผู้หญิงผูกคอเสียชีวิตภายในแมนชั่นแห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าววังหิน 33 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม. ตนจึงเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู
โดยในที่เกิดเหตุพบศพ น.ส.เหมือนฝัน อายุ 22 ปี หรือดีเจฟ้า อาชีพดีเจเปิดเพลงตามสถานบันเทิง ใช้ผ้าผูกคอแขวนกับราวตากผ้าหันหน้าออกไปด้านนอกระเบียง สวมชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาว สวมกางเกงยีนส์ขายาว คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาไม่ต่ำว่า 5 ชั่วโมง
จากการตรวจสอบภายในห้องเจ้าหน้าที่พบจดหมายลาตายเขียนด้วยกระดาษความยาว 1 แผ่น วางอยุ่บนพื้นห้อง ระบุว่า เธอได้ตัดสินใจผูกคอตาย อันเนื่องมาจากปัญหาชีวิตส่วนตัว และมีการพบจดหมายที่เจ้าตัวเขียนถึงพ่อแม่บรรยายถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมระบุว่าในขณะที่ทุกคนอ่านจดหมายฉบับนี้เธอคงไม่อยู่แล้ว และพบกระป๋องเบียร์ที่ถูกเปิดดื่มหมดแล้ว 2 กระป๋อง
จากการสอบสวนแฟนทอมบอยของ น.ส.เหมือนฝัน ทราบว่า น.ส.เหมือนฝันเพิ่งจะเดินทางกลับมาจากจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และได้โทรตามให้ตนไปหาที่ห้อง แต่ขณะนั้นตนติดธุระไม่สะดวกไปจึงได้ปฏิเสธ โดยตั้งใจว่าจะไปหาในช่วงเช้าของวันถัดไป และเมื่อกลับไปห้องในช่วงเช้าพบว่าประตูถูกล็อกจึงเคาะเรียก แต่ก็ไม่มีคนตอบรับจึงไขกุญแจเข้าไป และตกใจสุดขีดเมื่อเห็นแฟนสาวผูกคอตายอยู่ที่นอกระเบียง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะน้อยใจแฟนที่ไม่ยอมกลับมาหาตนเองจึงดื่มเบียร์เพื่อย้อมใจ จากนั้นได้นำผ้ามาฉีกเพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ผูกคอตัวเองกับราวเหล็กที่ใช้ตากผ้าจนเสียชีวิต โดยทางญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และได้นำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่จังหวัดบุรีรัมย์
สำหรับข่าวการจากไปของ ดีเจฟ้า ถูกเปิดเผยและแชร์กันในโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2559 โดยมีการระบุว่า พบจดหมายฉบับหนึ่งที่ดีเจสาวคนสวยเขียนถึงพ่อแม่ และบุคคลที่คาดว่าน่าจะเป็นคนรัก พร้อมทั้งได้โพสต์สเตตัสสุดท้ายในเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า DjNectar Audiokey เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 โดยบอกว่าเธอกำลังยิ้มอยู่ และขอบคุณคนสำคัญหลาย ๆ คนในชีวิตเธอด้วย ก่อนที่เธอจะตัดสินใจลาโลก และเฟซบุ๊กนี้ก็ถูกปิดไปในที่สุด
ด้านบรรดาแฟนคลับที่ทราบเรื่อง รวมถึงชาวเน็ตที่รับรู้ข่าวเศร้านี้ต่างเข้ามาร่วมโพสต์ไว้อาลัยให้เธอไปสู่สุคติ
ขณะเดียวกันที่เฟซบุ๊กของดีเจฟ้า ที่ใช้ชื่อว่า DjNectar Audiokey ก็ได้มีการโพสต์สเตตัสสุดท้าย (16 กุมภาพันธ์ 2559) บอกว่าเธอกำลังยิ้มอยู่ และขอบคุณคนสำคัญหลาย ๆ คนในชีวิตเธอด้วย
ภาพจาก เฟซบุ๊ก DjNectar Audiokey, howlife.orgs

เปิดคลิปแฉบทเรียนพวกชอบปาดหน้าไม่มองคันอื่น แต่งานนี้เสียงแตก

 * เปิดคลิปแฉบทเรียนพวกชอบปาดหน้าไม่มองคันอื่น แต่งานนี้เสียงแตก *
วีออสขาวปาดหน้า
เปิดคลิปบทเรียนพวกชอบปาดหน้าไม่มองคันอื่น แต่งานนี้ชาวเน็ตเสียงแตก บ้างมองรถคันที่ติดกล้องผิดที่ไม่ยอมให้แซง ขณะที่อีกฝ่ายมอง คนปาดผิดเห็น ๆ
เป็นคลิปที่ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตอย่างมากในขณะนี้ สำหรับคลิป "ทเรียนพวกชอบปาดหน้า ไม่มองรถคันอื่นเลย แย่มาก" ซึ่งผู้ใช้ยูทูบ Panorama Thailand ได้นำมาเผยแพร่เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 เผยให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนท้องถนนแห่งหนึ่ง เมื่อเจ้าของรถคันที่บันทึกภาพไว้ได้ถูกรถวีออสสีขาวคันหนึ่งขับปาดหน้า จนเกิดอุบัติเหตุกลางถนนขึ้น
ทั้งนี้ผู้ที่ได้ชมคลิปดังกล่าวต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อเหตุที่เกิดขึ้น โดยมีกลุ่มหนึ่งที่โทษรถคันที่ติดกล้อง ว่าแกล้งเร่งเครื่องใส่ไม่ยอมให้รถคันสีขาวแซง ทั้งที่ตอนแรกขับมาไม่เร็วขนาดนี้ เมื่อพอดีกับจังหวะที่รถกระบะเบรก จึงทำให้เกิดเหตุชนกันขึ้น ขณะที่บางคนมองว่าพอกันทั้ง 2 ฝ่าย ผิดด้วยกันทั้งคู่
อย่างไรก็ตามได้มีชาวเน็ตอีกกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย โดยมองว่ารถคันสีขาวนั้นยังไงก็ผิดที่ปาดหน้ารถคันอื่น ทั้งที่เห็นอยู่แล้วว่าปาดไม่พ้น แถมไม่เปิดไฟเลี้ยว ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาวินัยจราจร
ภาพและคลิปจาก ช่อง Panorama Thailand สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

มนุษย์จิตป่วย จับสุนัขขึงพืด ปาข้าวของเขวี้ยงใส่สนุกสนาน

 * มนุษย์จิตป่วย จับสุนัขขึงพืด ปาข้าวของเขวี้ยงใส่สนุกสนาน *
จับสุนัขขึง
สุนัขสุดน่าเวทนา ถูกมนุษย์ใจบาปจับมัดตรึงขึงพืด ก่อนปาข้าวข้องเขวี้ยงใส่อย่างโหดร้ายป่าเถื่อน ชาวโลกออนไลน์กระหน่ำด่ายับ มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุดในโลกจริง ๆ
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 เว็บไซต์เดลี่เมล เผยคลิปสะเทือนใจแฉพฤติกรรมของมนุษย์ใจบาป จับสุนัขมัดขาหน้าตรึงขึงพืดกางออก 2 ข้างในท่ายืน ก่อนจะใช้มวนบุหรี่และรองเท้าขว้างปาใส่มัน พร้อมกับหัวเราะชอบอกชอบใจ ทั้ง ๆ ที่มันไม่มีทางสู้และไม่สามารถหลบหนีใด ๆ ได้เลย
ลักษมี อการร์เวล หญิงจากนครมุมไม ประเทศอินเดีย ได้โพสต์คลิปดังกล่าวลงเฟซบุ๊กชื่อ Laxmi Agarwal พร้อมกับเขียนอธิบายว่า เธอได้รับคลิปดังกล่าวนี้มาจากโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งขอให้ช่วยแชร์ต่อกันเพื่อหาเบาะแสของผู้ถ่ายคลิป
หลังจากคลิปวิดีโอนี้ที่คาดว่าถูกถ่ายขึ้นในอินเดียถูกแชร์ต่อกันทั่วโลกออนไลน์ ผู้ที่เข้ามาชมจำนวนกว่าหลายพันต่างพากันกระหน่ำวิจารณ์พฤติกรรมน่ารังเกียจเช่นนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมาช่วยสืบสวน หาตัวคนใจบาปในคลิปมารับโทษให้จงได้

แถลงการณ์ฉบับที่ 21 ระบุ ในหลวงพระปรอทลดลง พระอาการเหนื่อยน้อยลง

 * 
แถลงการณ์ฉบับที่ 21 ระบุ ในหลวงพระปรอทลดลง พระอาการเหนื่อยน้อยลง *
ข่าวในหลวง
แถลงการณ์ฉบับที่ 21 ระบุ ในหลวงพระปรอทลดลง พระอาการเหนื่อยน้อยลง ส่วนทางคณะแพทย์ฯ ยังคงถวายพระโอสถปฏิชีวนะ 2 ขนานต่อไป
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 มีแถลงการณ์สำนักพระราชวัง เรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 21 มีใจความว่า อุณหภูมิพระปรอท (ไข้) ลดลง อัตราการหายพระทัยลดความเร็วลง พระอาการเหนื่อยน้อยลง อัตราพระชีพจรลดความเร็วลง ผลการตรวจพระโลหิตด้วยวิธีพิเศษ ยังไม่พบการอักเสบจากเชื้อโรค ทว่าผลการตรวจพระโลหิตด้านการชี้วัดการอักเสบติดตามพระอาการ ยังมีการอักเสบในพระวรกาย การอักเสบที่พระข้อลดลง
คณะแพทย์ฯ ยังคงถวายพระโอสถปฏิชีวนะสองขนานทางหลอดพระโลหิตต่อไป และรอผลการตรวจด้วยวิธีพิเศษที่ยังไม่ได้รับ

วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เมื่อมีอาการท้องเสีย ส่วนใหญ่มักจะกินยาแก้ท้องเสีย แต่ความจริงแล้วไม่มีประโยชน์ในการรักษาแต่อย่างใด

 * เมื่อมีอาการท้องเสีย ส่วนใหญ่มักจะกินยาแก้ท้องเสีย แต่ความจริงแล้วไม่มีประโยชน์ในการรักษาแต่อย่างใด *
วิธีแก้ท้องเสีย
เพราะยาแก้ท้องเสียจำพวกยาที่ทำให้หยุดถ่าย อาจมีผลข้างเคียงทำให้ท้องอืด หรืออาการแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ ทางที่ดีควรรอให้ร่างกายถ่ายเพื่อขับเชื้อ หรือสารพิษออกมาจนหมด อาการก็จะทุเลาไปเอง แต่ถ้าปล่อยให้เวลาผ่านไปแล้วยังไม่หาย เรามีวิธีดูแลตัวเองอย่างง่ายมาฝาก
1.ดื่มน้ำสะอาด หรือดื่มน้ำเกลือแร่ น้ำหวาน เพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไป
2.ดื่มนมเปรี้ยวที่มีแล็กโตบาซิลลัสผสมอยู่ จะช่วยฟื้นฟูแบคทีเรียที่ทำหน้าที่ปกป้องลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะหากแบคทีเรียเหล่านั้นตายไปเพราะมีการติดเชื้อ
3.ควรงดอาหาร 24 ชั่วโมง ระหว่างนั้นควรดื่มแต่น้ำข้าวต้มผสมเกลือเล็กน้อยทุกๆ 15-30 นาที เมื่ออาการทุเลาลง จึงค่อยกินอาหารอ่อนๆ เช่น ข้าวต้ม โจ๊ก เป็นต้น นอกจากนี้ยังไม่ควรดื่มนม และควรงดผักผลไม้ชั่วคราว หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารย่อยยาก จนกว่าอาการท้องเสียจะดีขึ้น
4.เมื่ออาการดีขึ้นแล้วจึงค่อยๆ เริ่มกินอาหารแข็ง เช่น ผักนึ่ง กล้วย ไข่ต้ม ข้าวกล้องหุงสุกค่อนข้างแฉะ กระทั่งอาการดีขึ้นมากจึงกลับไปกินตามปกติ
นอกจากนี้ยังมีสูตรเครื่องดื่มเพื่อทดแทนน้ำที่ร่างกายสูญเสียไปด้วย
-สูตรน้ำข้าว นำน้ำแช่ข้าวสาร 1 แก้ว เกลือป่นประมาณ 1 ช้อนชา และน้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกันแล้วใช้ดื่มได้ทันที
-สูตรน้ำเกลือแร่ นำน้ำต้มสุก 1 ขวดกลมใหญ่ (ประมาณ 750 มิลลิลิตร) น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ และเกลือป่น 1/2 ช้อนชา ผสมแล้วดื่ม

สะเทือนใจ ! หญิงชรานั่งรอลูกทุกวัน แม้โดนพามาปล่อยทิ้งไม่ใยดี

 * สะเทือนใจ ! หญิงชรานั่งรอลูกทุกวัน แม้โดนพามาปล่อยทิ้งไม่ใยดี *
หญิงชรานั่งรอลูกทุกวัน
ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพสะเทือนใจ หญิงชราสายตาไม่ดี ถูกลูกพามาปล่อยทิ้งในปั๊มน้ำมัน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี ยังคงนั่งรอที่เดิมทุกวัน หวังว่าลูกจะกลับมารับ
เป็นเรื่องราวน่าสลดใจที่ขณะนี้สังคมออนไลน์กำลังแชร์ต่อกันมากมาย หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Petoei Minaj ได้โพสต์ภาพและข้อความเผยให้เห็นภาพของหญิงชราสายตาเศร้าสร้อยคนหนึ่งนั่งกอดเข่าอยู่ในปั๊มน้ำมัน อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 เพื่อรอลูกมารับกลับบ้าน ซึ่งเจ้าของโพสต์เห็นใจจึงมอบเงินให้ติดตัวไว้จำนวน 100 บาท
โดยเจ้าของโพสต์ระบุว่า จากคำบอกเล่าของคนในปั๊มน้ำมัน เล่าว่า หญิงชราคนดังกล่าวถูกลูกพามาจากภาคอีสานและนำมาปล่อยทิ้งไว้ได้ระยะหนึ่งแล้ว แถมหญิงชรายังสุขภาพไม่แข็งแรง สายตาไม่ดีมองค่อยชัด และจะออกมานั่งรอลูกตรงนี้ทุกวันแต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีใครมารับ
อย่างไรก็ตามหลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ลงในโลกออนไลน์ ทำให้ชาวเน็ตหลายคนต่างสะเทือนใจต่อภาพที่เห็นพร้อมกับเข้ามาต่อว่าการกระทำของลูกที่พาแม่บังเกิดเกล้ามาทิ้งได้ลงคอ ทั้งที่แม่เลี้ยงลูกมาจนโตแต่ลูกกลับเลี้ยงแม่คนเดียวไม่ได้
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Petoei Minaj

โชเฟอร์แท็กซี่ โร่แจงปมสไลด์หนอน ยันเป็นภูมิแพ้ คันขาหนีบ-โชว์ใบรับรองแพทย์

 * 
โชเฟอร์แท็กซี่ โร่แจงปมสไลด์หนอน ยันเป็นภูมิแพ้ คันขาหนีบ-โชว์ใบรับรองแพทย์ *
แท็กซี่ชักว่าว
แท็กซี่ โร่แจง ไม่ได้ลามก แต่เป็นภูมิแพ้ คันตามขาหนีบ พร้อมโชว์ใบรับรองแพทย์ กับเปิดรอยแผลให้ดู ด้านเจ้าหน้าที่กำชับ อย่าแสดงท่าทีสุ่มเสี่ยงแบบนี้อีก
จากกรณีที่่มีการแชร์คลิปวิดีโอชายขับแท็กซี่รายหนึ่ง ใช้มือขวาช่วยตัวเอง ขณะที่กำลังขับรถ ตามที่เสนอข่าวมาแล้ว (อ่านข่าว นักศึกษาสาวแชร์เตือนภัย เจอแท็กซี่มหาหื่น สไลด์หนอนน้อยขณะขับรถ)
ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 นายสุกรี จารุภูมิ ผอ.กองตรวจการขนส่งทางบก เปิดเผยผ่านสำนักข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ว่า ได้ตรวจสอบประวัติของผู้ขับรถแล้ว คือนายวิชิต ภาษิตานนท์ ขับรถป้ายทะเบียน มจ-5121 กรุงเทพมหานคร สีเขียวเหลือง จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม 2548 และสิ้นอายุภาษี 1 มีนาคม 2559
ทั้งนี้ได้เรียกคนขับรถมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว แท็กซี่ก็ได้ให้การปฏิเสธ บอกว่า ตัวเองเป็นภูมิแพ้ มักคันตามร่างกาย โดยเฉพาะขาหนีบ พร้อมแนบหลักฐานใบรับรองแพทย์มาด้วย อีกทั้งยังมีการเปิดร่องรอยบริเวณขาหนีบให้ดู ตนจึงกำชับว่า ขอให้เพิ่มความระมัดระวัง อย่าแสดงท่าทีที่สุ่มเสี่ยงแบบนี้อีก

ภาพจาก เฟซบุ๊ก Ploy Maneerat

ญี่ปุ่นไขคดีช็อก คนแก่ตกตึกบ้านพักคนชราดับ 3 คนติด ที่แท้ฝีมือพนักงาน

 * ญี่ปุ่นไขคดีช็อก คนแก่ตกตึกบ้านพักคนชราดับ 3 คนติด ที่แท้ฝีมือพนักงาน *
คนแก่ญี่ปุ่นตกตึก
เผยโฉมหน้าฆาตกรเหี้ยม เบื้องหลังปริศนาคนแก่ตกระเบียงบ้านพักคนชราในญี่ปุ่นดับ 3 รายติดในช่วงเวลาไม่กี่เดือน พบเป็นอดีตพนักงานหนุ่มวัย 23 เจ้าตัวรับ ผมเป็นคนผลักตกเอง
เว็บไซต์เจแปนทูเดย์ มีรายงานในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถไขปริศนาคนชราตกตึกดับ 3 รายติด ที่บ้านพักคนชรา S Amille Kawasaki Saiwaicho ในเมืองคาวาซากิ จังหวัดคานากาว่า ของญี่ปุ่น ได้แล้ว โดยคนร้าย คือ นายยามาโตะ อิมาอิ อดีตพนักงานวัย 23 ปี ซึ่งยอมรับต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกสอบปากคำกรณีคุณตาวัย 87 ปี ทามิโอะ อุชิซาวะ เหยื่อรายล่าสุดที่ตกลงมาจากระเบียงชั้น 4 เสียชีวิต ว่า “ผมเป็นคนผลักตกเอง”
นายอิมาอิ ยังยอมรับเป็นผู้ผลักหญิงชราอีก 2 ราย ตกลงมาจากระเบียงจุดเดียวจนกันเสียชีวิตในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันก่อนหน้าด้วย
เหตุการณ์ฆาตกรรมทั้ง 3 เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2557 โดยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน หญิงชราวัย 83 ปี ตกจากระเบียงชั้น 4 เสียชีวิต, วันที่ 9 ธันวาคม หญิงชราวัย 96 ปีอีกรายก็ตกลงมาเสียชีวิตจากจุดเดียวกัน ส่วนกรณีของคุณตาทามิโอะ อุชิซาวะ ถูกผลักตกลงมาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม
ทั้งนี้ นายอิมาอิถูกติดตามจับกุมตัวครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 ฐานโจรกรรมทรัพย์สินเป็นกระเป๋าพร้อมเงินสด 25,000 เยน ของหญิงชราในบ้านพักแห่งนั้น โดยเจ้าตัวก่อเหตุตั้งแต่เดือนมกราคมของปีเดียวกัน แต่ระหว่างการสอบสวนเจ้าหน้าที่สงสัยเขาอาจมีส่วนเกี่ยวข้องคดีคนแก่ตกตึก 3 ศพ จึงได้สอบสวนสืบสวนขยายผล จนนำมาซึ่งการจับกุมตัวฐานก่อเหตุฆาตกรรมเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่เองก็ได้ยอมรับในความหละหลวมต่อการทำงาน ที่ไม่มีการตรวจชันสูตรศพผู้ตายในตอนนั้น เนื่องจากเห็นว่าเป็นการเสียชีวิตที่ไม่เกี่ยวข้องกับการฆาตกรรม จนกระทั่งเริ่มสะกิดใจหลังมีการเสียชีวิตเป็นศพที่ 3
ภาพจาก News 777 / NNN

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ตำรวจไล่ล่านิสสัน GTR แก๊งซิ่งย่านพระประแดง ปะทะกันจนตกคลอง พบมีคดีเก่าค้าง

 * ตำรวจไล่ล่านิสสัน GTR แก๊งซิ่งย่านพระประแดง ปะทะกันจนตกคลอง พบมีคดีเก่าค้าง *
ตำรวจ GTR
ตำรวจไล่ล่านิสสัน GTR แก๊งซิ่งย่านพระประแดง ปะทะกันจนตกคลอง พบมีคดีเก่าค้าง เผยติดสติ๊กเกอร์ BOSS SIXNINE 69 คาดเป็นแก๊งเดียวกับพวกขนอาวุธสงคราม เร่งสอบสวน
เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.พระประแดง ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์ต้องสงสัย ยี่ห้อนิสสัน GTR สีดำทะเบียนป้ายแดง ส 9999 กรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าจากสุขสวัสดิ์ 76 ไปยังสุขสวัสดิ์ 78 ซึ่งทางสายตรวจได้ขับรถไล่ล่าจนมาถึงเขตทุ่งครุ และสุดท้ายรถยนต์ต้องสงสัยได้เสียหลักชนแท่งแบริเออร์ทำให้ปีกนกหักขับต่อไปไม่ได้ จากนั้นคนร้ายได้ทิ้งรถหลบหนีไปทางคลองรางจาก สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับตัวได้ในที่สุด
ทั้งนี้ ชายคนดังกล่าวคือ นายอนุชา ประกอบ อายุ 30 ปี ซึ่งระหว่างจับกุมนั้น นายอนุชาพยายามขัดขืนการจับกุมของเจ้าหน้าที่และพยายามแย่งปืนพกของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจ ในขณะต่อสู้กันจนตกคลอง สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก
จากการสอบสวนประวัติ พบว่า นายอนุชา มีหมายจับคดีช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้พ้นการจับกุมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2557 และเมื่อตรวจสอบภายในรถ ก็พบทะเบียนป้ายขาว ฌค 1289 กรุงเทพมหานคร เก็บไว้ที่หลังรถ อีกทั้งกระจกหลังรถยังมีสติ๊กเกอร์แก๊งระบุว่า "BOSS SIXNINE 69 " ของนักซิ่งรถย่านพระประแดง และยังเป็นแก๊งเดียวกันกับรถที่ก่อเหตุวิ่งแหกด่าน 3 แยกพระประแดงช่วงกลางคืนเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ด้วย แล้วทิ้งรถไว้เนื่องจากขนอาวุธสงคราม อาวุธปืนเอ็ม 16 รวมถึงโดรน ไว้ในรถ
อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบและขยายผลการจับกุมอีกครั้ง ว่านายอนุชามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีขนอาวุธสงครามก่อนหน้านี้หรือไม่ ส่วนผลการตรวจปัสสาวะพบว่าเป็นสีม่วง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเอาไว้ก่อนจะนำตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง
ภาพจาก อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู Pz Prakan Zone 2
ข้อมูลจาก เรื่องเด่นเย็นนี้ ช่อง 3

เทเลอร์ สวิฟท์ กับชุดไปงาน Grammy Awards 2016 ที่ถูกมองว่าพังมาก

 * เทเลอร์ สวิฟท์ กับชุดไปงาน Grammy Awards 2016 ที่ถูกมองว่าพังมาก *
ชุด tayler swift
เทเลอร์ สวิฟท์ เจอชาวเน็ตเม้าท์สนั่น แฟชั่นพังมาก ในงาน Grammy Awards 2016 อยากรู้จริงได้แรงบันดาลใจมากจากไหน
นับเป็นค่ำคืนแสนยิ่งใหญ่แห่งวงการเพลง ที่จะได้ทราบการประกาศผลรางวัล แกรมมี่ อวอร์ดส 2016 (Grammy Awards 2016) ภายในงานซึ่งจัดขึ้นในค่ำคืนวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเช้าวันนี้ (16 กุมภาพันธ์) ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า 1 ในนักร้องคนดังที่ถูกจับตามากที่สุดในงานครั้งนี้ก็คือ เทเลอร์ สวิฟท์ (Taylor Swift) ผู้มีรายชื่อติดโผเข้าชิงรางวัลใหญ่หลายรายการด้วยกัน
แต่แล้วทันทีที่ เทเลอร์ สวิฟท์ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเพื่อนซี้ เซเลน่า โกเมซ (Selena Gomez) ก็ทำให้ผู้คนต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กันกับแฟชั่นของสาวเทเลอร์ สวิฟท์ ในครั้งนี้ เมื่อเธอมาพร้อมกับผมบ็อบสั้นหน้าม้า เกาะอกสีแดง พร้อมด้วยกระโปรงฮอตพิงค์แหวกหน้า อวดกางเกงตัวในสีเดียวกัน ที่ทำเอาผู้ชมถึงกับกุมขมับ เม้าท์กันหนักถึงแฟชั่นของเธอในครั้งนี้ที่เรียกว่าพังสุด เมื่อเทียบกับการปรากฏตัวในลุคสวยหรูดูแพง ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา
งานนี้ก็ไม่พ้นที่ชาวเน็ตไทยจะวิจารณ์กันสนั่น ตั้งแต่ใน เพจใต้เตียงดารา ไปจนถึงในทวิตเตอร์ ที่ต่างพูดถึงความเฟลในชุดของสาว เทเลอร์ สวิฟท์ ไล่ตั้งแต่ผมมาถึงชุด ที่ช็อกแฟน ๆ อย่างถึงที่สุด ต่างอยากรู้ว่าชุดนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน หรือสไตล์ลิสต์ลาพักร้อนกันแน่ ถึงได้ออกมาเป็นชุดชวนเพลียขนาดนี้ สีชุดท่อนบน-ล่างไม่เข้ากันอย่างแรง ในขณะที่บางคนยังแซวว่าเธออาจได้แรงบันดาลใจมาจาก จินตรา พูนลาภ นักร้องลูกทุ่งสาวคนดังของไทยก็เป็นได้ ด้วยทรงผมที่ถอดแบบกันมาเป๊ะ
ภาพจาก ทวิตเตอร์ @DERXBB95, ทวิตเตอร์ @pe_pkp, ทวิตเตอร์ @Lapinkich, ทวิตเตอร์ @symphony_221B, ทวิตเตอร์ @Zea77777, ทวิตเตอร์ @bongtao, เพจเฟซบุ๊ก ใต้เตียงดารา
เทเลอร์ สวิฟท์,Grammy Awards 2016,Taylor Swift,

วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ชวนชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน 9 มีนาคมนี้

 * ชวนชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาบางส่วน 9 มีนาคมนี้ *
ปรากฏการณ์สุริยุปราคา
สดร. ชวนคนไทยชมปรากฏการณ์ "สุริยุปราคาบางส่วน" ในวันที่ 9 มีนาคมนี้ ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.20-08.40 น.
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) ได้ประกาศเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศ รอชมปรากฏการณ์ "สุริยุปราคาบางส่วน" ผ่านเฟซบุ๊ก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page ระบุว่า ในวันที่ 9 มีนาคม 2559 จะเกิดปรากฏการณ์ "สุริยุปราคาแบบเต็มดวง" ขึ้น สามารถสังเกตเห็นเต็มดวงในบริเวณประเทศอินโดนีเซีย และมหาสมุทรแปซิฟิกตอนเหนือ และในส่วนของประเทศไทย จะเห็นเป็น "สุริยุปราคาบางส่วน" เท่านั้น โดยสามารถเห็นได้ทุกภูมิภาคของประเทศ ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.20-08.40 น. โดยที่กรุงเทพฯ ดวงจันทร์จะเริ่มเข้าสู่สัมผัสที่ 1 เวลาประมาณ 06.38 น. และสิ้นสุดในเวลาประมาณ 08.32 น. ทั้งนี้ แต่ละภูมิภาคจะมองเห็นคราสการบังไม่เท่ากัน
นอกจากนี้ สดร. ยังได้มีการติดตั้งกล้องเพื่อรับชมปรากฏการณ์ "สุริยุปราคาบางส่วน" ไว้ 5 จุดใหญ่ คือ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ฉะเชิงเทรา, นครราชสีมา และสงขลา รวมทั้งยังมีเครือข่ายมากกว่า 60 แห่งทั่วประเทศ
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page

อุกอาจ ! ปลัดอำเภอสะบ้า ถูกคนร้ายจ่อยิงดับ ขณะขี่จักรยานออกกำลังกายแถวบ้าน

 * อุกอาจ ! ปลัดอำเภอสะบ้า ถูกคนร้ายจ่อยิงดับ ขณะขี่จักรยานออกกำลังกายแถวบ้าน *
ปลัดอำเภอสะบ้า
อุกอาจ ! ปลัดอำเภอสะบ้า ถูกคนร้ายจ่อยิงดับ ขณะขี่จักรยานออกกำลังกายแถวบ้าน เจ้าหน้าที่โยงเหตุความไม่สงบ 3 จังหวัดใต้ คาดโต้ตอบเหตุบุกทลายคลังอาวุธ
วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด จ่อยิง นายมนตรี พุทธโชติ อายุ 46 ปี ปลัดอำเภอสะบ้าย้อย ขณะขี่จักรยานเพื่อนออกกำลังกายในละแวกบ้าน บริเวณเขตรอยต่อ ม.13 และ ม.14 ต.ท่าม่วง อ.เทพ จ.สงขลา เสียชีวิตคาที่
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่า นายมนตรีเป็นปลัดอำเภอสะบ้าย้อยมานาน แต่พักอาศัยอยู่กับครอบครัวในพื้นที่อำเภอเทพา ที่ผ่านมาทำงานดีและเข้ากับมวลชนในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ส่วนก่อนเกิดเหตุนายมนตรีได้ขี่จักรยานออกจาบ้านพักเพื่ออกกำลังกายตามปกติ แต่ปรากฏว่าถูกคนร้ายยิงจนเสียชีวิต
อย่างไรก็ดี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งว่า อาจจะเชี่ยมโยงกับเหตุไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนี่อาจจะเป็นการโต้ตอบจากกรณีที่เจ้าหน้าที่บุกทลายคลังอาวุธของกลุ่มก่อความไม่สงบและจับแนวร่วม RKK 1 คน ที่เกาะตันหยงเปาร์ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี
ขอบคุณข้อมูลจาก : สำนักข่าวไทย

วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ทับทิม มัลลิกา รับน้องหมาแสนรักกลับบ้านมาแล้ว

 * ทับทิม มัลลิกา รับน้องหมาแสนรักกลับบ้านมาแล้ว *
หมาทับทิม
ทับทิม มัลลิกา สุดดี๊ด๊า ไปรับ เดค ๆ ฟองดู และฮาจิ น้องหมาแสนรักกลับมาบ้านแล้ว เล่นกันตลอด กอดกันไม่หยุด คิดถึงหนักมาก
หลังคู่ของ ปลื้ม สุรบถ และ ทับทิม มัลลิกา ได้ออกมาประกาศเลิกรากันอย่างเป็นทางการ ซึ่งสาวทับทิม ยังเผยว่าเธอลาออกจากรายการ VRZO แล้วด้วย โดยย้ายกลับมาอยู่กับครอบครัวชั่วคราวระหว่างรอบ้านที่เพิ่งซื้อเสร็จสมบูรณ์ และหากเสร็จเมื่อไรก็จะรีบไปรับน้องหมาแสนรักทั้ง 3 ตัวอย่าง เดค ๆ ฟองดู และฮาจิ มาอยู่ด้วยกัน
ล่าสุด (11 กุมภาพันธ์ 2559) ทับทิม มัลลิกา ได้ไปรับน้องหมามาอยู่ด้วยกันแล้ว โดยอัพคลิปพาเจ้าเดค ๆ มาทักทายแฟนคลับ และดูท่าว่าจะคิดถึงกันสุด ๆ เพราะเจ้าเดค ๆ เลียแก้มแสดงความรักไม่หยุดเลยล่ะ
งานนี้แฟนคลับของสาวทับทิม ได้เข้ามากดไลค์ พร้อมคอมเม้นท์กันเพียบ โดยบอกว่า ดีใจที่เห็นสาวทับทิมยิ้มได้ ต่อไปนี้ไม่เหงาแล้ว เพราะมีเจ้าหมาน้อยอยู่เป็นเพื่อน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก TubTim

เมียสายโหด คว้าปืนไล่ยิงสามีวิ่งหนีทั่วฟาร์มหมู หลังเพื่อนฟ้องเห็นเดินกับกิ๊ก

 * เมียสายโหด คว้าปืนไล่ยิงสามีวิ่งหนีทั่วฟาร์มหมู หลังเพื่อนฟ้องเห็นเดินกับกิ๊ก *

เมียสายโหด ! คว้าปืนไล่ยิงสามี ด้านสามีวิ่งหนีทั่วฟาร์มหมู หลังเพื่อนฟ้องเห็นเดินกับกิ๊ก บอกมันหยามกันเกินไป เผยเพื่อนมาบอกหลายทีแล้ว ทำไมไม่ยอมรับ ขณะที่ตำรวจไม่กล้าระงับเหตุ เพราะถือปืนส่ายไปส่ายมา
หวาดเสียวทั้งสามี ทั้งตำรวจกันเลยทีเดียว สำหรับเหตุการณ์สุดระทึก เมื่อภรรยาสาวถือปืนไล่ยิงสามี หลังจากเพื่อนมาบอกว่าเจอสามีเดินอยู่กับกิ๊ก !! งานนี้ขวัญผวากันทั่วพื้นที่
โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ จ.นครปฐม ณ ฟาร์มหมูแห่งหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเล่าว่า ตนเองนั้นได้ตรวจลาดตระเวนตามพื้นที่ปกติ และเมื่อถึงฟาร์มหมูดังกล่าว ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงตะโกนโวยวาย พร้อมยิงปืนลงน้ำหลายต่อหลายนัด เมื่อสังเกตดี ๆ เห็นผู้ชายหลบอยู่ในดงกล้วย
ด้านตำรวจเห็นท่าไม่ดีเลยปรี่เข้าไปไกล่เกลี่ย แต่ผู้หญิงอยู่ภาวะอารมณ์ร้อนถือปืนส่ายไปส่ายมา พร้อมกับตะโกนว่า “มันทำหยามหน้ากู กูเคยบอกหลายครั้งแล้ว ถ้านอกใจจะยิง” งานนี้ตำรวจก็ไม่กล้าทำอะไร และต้องใช้ความระมัดระวังในการไกล่เกลี่ย ต่อมาพี่สาวของหญิงดังกล่าวก็เข้ามาช่วย สุดท้ายก็ยอมลดปืนและไปโรงพักในที่สุด
ทางด้านหญิงสาวกล่าวว่า ชายคนนั้นคือสามี เพื่อนสนิทของเธอมาบอกเล่าว่า เห็นสามีเธอเดินกับกิ๊กคนนั้น คนนี้อยู่บ่อย ๆ จนกระทั่งรุ่งเช้าก็มีมาบอกอีก เมื่อถามสามีก็บอกว่าไม่รู้ ๆ อย่างเดียว ไม่เคยยอมรับ เลยทนไม่ไหวสติแตกคว้าปืน 9 มม. มาไล่ยิงดังกล่าว
อย่างไรก็ดี สามีเมื่อเห็นภรรยาลดปืนลงและไปโรงพัก ก็ได้ออกจากดงกล้วยและตามไปหาภรรยา พร้อมไปตำหนิการกระทำของตำรวจว่าเอาภรรยาตนมาที่นี่ทำไม ก่อนเอาเงินสดประกันตัวภรรยา
ภาพจาก ครอบครัวข่าว 3

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

มาไกล ! เนย เนโกะ จัมพ์ ก่อนศัลยกรรม สลัดลุคสาวแบ๊วสู่สาวสวยสุดเซ็กซี่

 * มาไกล ! เนย เนโกะ จัมพ์ ก่อนศัลยกรรม สลัดลุคสาวแบ๊วสู่สาวสวยสุดเซ็กซี่ *

เนย เนโกะ จัมพ์
ชมภาพ เนย เนโกะ จัมพ์ ก่อนศัลยกรรม สมัยเข้าวงการใหม่ ๆ จนถึงวันนี้สลัดลุคจากสาวแบ๊วกลายเป็นสาวสวยเซ็กซี่ เธอจะมาไกลขนาดไหน ต้องตามมาดู…
เล่นเอาหนุ่ม ๆ อ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน สำหรับ “เนย เนโกะ จัมพ์ ” นักร้องสาวฝาแฝดแห่งวงเนโกะ จัมพ์ ที่ลุกขึ้นมาสลัดผ้าถ่ายแบบปกนิตยสาร Playboy ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2016 ซึ่งต้องบอกเลยว่ายิ่งโตก็ยิ่งสวยจริง ๆ แถมดีกรีความเซ็กซี่ยิ่งคูณ 10 !! แต่ไม่รู้ว่าเธอไปทำอะไรมาหรือเปล่า ถึงสวยแซ่บขึ้นขนาดนี้ เพราะมีข่าวแว่ว ๆ มาตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วว่าสาวเนยอยากจะไปทำศัลยกรรมอัพไซส์หน้าอกเพิ่มเป็นคัพดี (อ่านข่าวเพิ่มเติมที่นี่) จนป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าแอบไปทำมาแล้วหรือยัง แต่ที่แน่ ๆ เธอสวยแซ่บขึ้นเป็นกอง เรียกได้ว่าสลัดจากสาวลุคใส ๆ แบ๊ว ๆ กลายเป็นสาวเซ็กซี่เต็มตัว แถมหน้ายังเรียวเป๊ะ จมูกโด่ง ตาสองชั้น ชนิดที่ว่ามาไกลกว่าเมื่อก่อนมาก เอาเป็นว่าเธอจะมีพัฒนาการความสวยเปลี่ยนไปอย่างไร วันนี้กระปุกดอทคอมมีภาพของสาวเนย เนโกะ จัมพ์ สมัยเข้าวงการใหม่ ๆ จนถึงปัจจุบันมาให้ชมกันแล้วค่ะ งานนี้เตรียมขยี้ตาให้พร้อม แล้วตามไปชมกันเลย…

ภาพจาก ilovekamikaze.com, เฟซบุ๊ก Neko Jump, Instagram waruttha_n, playboythailand

ประกาศขึ้นราคาบุหรี่ 5-10 บาท หวังควบคุมอัตราการสูบ

 * ประกาศขึ้นราคาบุหรี่ 5-10 บาท หวังควบคุมอัตราการสูบ *

ราคาบุหรี่
ประกาศขึ้นราคาบุหรี่ 5-10 บาท มีผลตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ชี้ ขึ้นตามสภาวการณ์ และคุมอัตราการสูบ
เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการประกาศใช้กฎกระทรวงขึ้นภาษีบุหรี่จากร้อยละ 87 เป็น 90 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป ส่วนเหตุผลในการขึ้นอัตราภาษีนั้น เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และควบคุมอัตราการบริโภค
ทั้งนี้ อัตราการเพิ่มในปริมาณ เพิ่มขึ้นจาก 1 บาทต่อกรัมเป็น 1.1 บาทต่อกรัม ทำให้ราคาขายบุหรี่ทั่วประเทศ จะขยับประมาณ 5-10 บาท อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ จะมีการดูราคาบุหรี่อีกครั้งว่า เป็นการปรับราคาที่เหมาะสมหรือไม่
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก : เดลินิวส์

วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

จอย รินลณี สปิริตแรง ถอดสายน้ำเกลือ ออกงานคู่ อาเล็ก ธีรเดช

 * จอย รินลณี สปิริตแรง ถอดสายน้ำเกลือ ออกงานคู่ อาเล็ก ธีรเดช *

จอย รินลณี อเล็ก
จอย รินลณี ป่วยไข้หวัดใหญ่ แต่สปิริตแรง ขอถอดสายน้ำเกลือ ออกงานอีเว้นท์ที่รับไว้ก่อนเข้าโรงพยาบาล คู่น้องคนสนิท อาเล็ก ธีรเดช
ล้มป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ไปเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 สำหรับนักแสดงสาว จอย รินลณี แต่ล่าสุด (8 กุมภาพันธ์ 2559) เจ้าตัวสปิริตแรง ขอออกจากโรงพยาบาล เพื่อมาทำงานที่รับไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมกับน้องชายคนสนิท อาเล็ก ธีรเดช
โดยสาวจอย เผยว่า “เพิ่งจะถอดสายน้ำเกลือออกมาเลยค่ะ พอดีว่าจอยป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์บี ก่อนหน้านี้เคยไปหาคุณหมอมาแล้วก็เหมือนว่าอาการจะดีขึ้น แต่ด้วยความที่ยาฆ่าไวรัสมันอาจจะฆ่าเม็ดเลือดขาวจอยด้วย เลยทำให้เม็ดเลือดขาวในตัวจอยต่ำ จนเหมือนกับไม่มีภูมิคุ้มกัน สุดท้ายก็เลยต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาลค่ะ ตอนนี้หมอต้องเปลี่ยนตัวยาฆ่าไวรัส แต่ว่าจริง ๆ ก็พ้นระยะแพร่เชื้อแล้วเลยกล้ามาออกงาน วันนี้เป็นงานที่เราดีลไว้และพรุ่งนี้ก็มีอีกค่ะ ก็หลังจากนี้ต้องกลับไปเช็คอีกครั้งว่าเชื้อมันหมดแล้วจริง ๆ”
ด้านหนุ่มอาเล็ก แอบแซวว่า “ป่วยแล้วก็สวยขึ้น จริง ๆ ตอนที่พี่จอยป่วยเล็กก็มีโอกาสได้ไปเยี่ยมอยู่ครั้งหนึ่ง เป็นช่วงที่ยังเยี่ยมพี่จอยได้ แต่หลังเม็ดเลือดขาวพี่จอยต่ำลง คุณหมอก็ไม่อนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมแล้ว เพราะเล็กจะเอาเชื้อโรคไปแพร่ใส่พี่จอย วันนี้ก็ให้กำลังใจพี่จอย บอกให้เขาสู้ ๆ เป็นห่วง อย่างวันนี้ผมเองก็ป่วยด้วยนิดหน่อยครับ เพราะอากาศเปลี่ยน งานนี้ก็ถือเป็นการออกงานคู่กันครั้งแรกเลยในปีนี้ ถ้ามีติดต่อมาอีกก็ได้นะครับ ยินดี เรื่องค่าตัวรับงานคู่ เรารับงานแยกกันครับ ทุกอย่างปกติเหมือนเดิม”
ขอบคุณข้อมูลจาก : kapook