วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

รถพลิกคว่ำ คร่าชีวิต อดีตส.ส.สุรินทร์ ชาติพัฒนา หลายสมัย

(ภาพจาก:หน่วยกู้ภัยสุรินทร์จุดบริการ อ.ศีขรภูมิ)
อุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ที่ อ.ศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ คร่าชีวิต “เกียรติ ศรีสุรินทร์” อดีตส.ส.สุรินทร์ วัย79 ปี พรรคชาติพัฒนา หลายสมัย
วันที่ 11 เม.ย.59 เวลา 15.45 น พ.ต.ต.วิทวัฒน์ แก้วเหลา สารวัตร(สอบสวน) สภ.ศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำตกข้างทาง ถนนสาย 226 สุรินทร์-ศีขรภูมิ บริเวณ บ้านกันจาร์ย ต.จารพัด อ.ศีขรภูมิ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสุรินทร์จุดบริการ อ.ศีขรภูมิ รุดไปตรวจสอบตามรับแจ้ง
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์มิตซูบิซิ รุ่นปาเจโร สีเทา หมายเลขทะเบียน กฉ 3420 สุรินทร์ เสียหลักตกถนน พลิกคว่ำหลายตลบ สภาพรถพังยับทั้งคน หลังคาด้านที่นั่งคนขับยุบ ภายในรถพบร่าง นายเกียรติ ศรีสุรินทร์ อายุ 79 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ 15 ต.ยาง อ.ศีขรภูมิ อดีต ส.ส.สุรินทร์ หลายสมัย พรรคชาติพัฒนา ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตามร่างกายมีบาดแผล ที่ศีรษะ แขน ขาหัก หายใจรวยริน เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือนำส่ง รพ.ศีขรภูมิ แพทย์ให้การรักษาเต็มที่ แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา
สอบสวนเบื้องตันทราบว่า ผู้ตายขับรถยนต์ออกจากเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ มุงหน้า กลับบ้านพัก อ.ศีขรภูมิ ถึงที่เกิดเหตุ รถยนต์เสียหลักแล้วพลิกคว่ำ โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งจะได้สอบสวนหาสาเหตุเพื่อดำเนินการต่อไป
ที่มา>>>Thairath

สุดโหด! รวบมือฆ่าใช้มีดฟันคอดับ เหตุไม่พอใจผู้ตายขโมยของในไร่

(ภาพจาก:มูลนิธิร่วมกตัญญู)
สุดโหด! ใช้มีดถางหญ้าฟันคอคู่กรณีดับ หลังมีปากเสียงกลางวงเหล้า ย่องเงียบตอนหลับ ฟันลำคอและลำตัวซ้ำจนเสียชีวิต ตำรวจรวบทันควัน สารภาพ ไม่พอใจผู้ตายชอบขโมยของในไร่ 
เมื่อเวลา 13.45 น.ของวันที่ 11 เม.ย.59 ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ ทนงกิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.พัฒนานิคมลพบุรี พ.ต.อ.ดิเรก แจ่มสุธี ผกก.สภ.พัฒนานิคม และพร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม และมูลนิธิร่วมกตัญญู ไปที่เกิดเหตุ บริเวณเถียงนา ไม่มีเลขที่ ซ.16 สายทหาร หมู่ 3 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี พบผู้เสียชีวิตนอนตะแคงอยู่ในสภาพเริ่มขึ้นอืดผู้ตายสวมเสื้อยืดคอกลมสีเขียวทหาร สวมกางเกงยืดขาสั้น ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 วัน
ทราบชื่อต่อมาชื่อว่า นายเกวียน หอมหวล 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 ม.3 ต.ดีลัง อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ตรวจสอบพบว่ามีบาดแผลถูกฟันที่ลำคอ และลำตัวหลายแผล นายเกวียน ปกติเป็นคนสติไม่ค่อยดีนักมักชอบดื่มสุราจนเมามายเป็นประจำ
เวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุคือนายถวิล บุญส่ง อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 120 ม.3 ต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี และได้ไปนำตัวมาทำการสอบสวน นายถวิล ให้การรับสารภาพว่า คืนวันเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 9 เม.ย.59 เวลา 19.00 น. ได้นั่งดื่มสุรากับผู้ตาย หลังดื่มกันได้ที่แล้วก็มีการต่อว่าผู้ตายว่าทำไมชอบลักของในไร่เป็นประจำ ซึ่งนายถวิลเองก็เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ให้กับเจ้าของไร่อยู่ จึงได้ต่อว่าผู้ตายและมีการโต้เถียงกัน
ต่อมาขณะที่ นายเกวียน ได้นอนหลับ อยู่บนร้านไม้ ตนจึงได้เอามีดขอ สำหรับถางป่า ฟันที่ลำคอ และลำตัวหลายครั้ง จนผู้ตายได้เสียชีวิต ตนก็ได้หลบหนีไป จนกระทั่งมาถูกจับดังกล่าว
ที่มา>>>Thairath

วันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2559

อึ้ง! หมู่บ้านอาชเชียโรลี ในอิตาลี มีคนอายุเกินร้อยกว่า 300 คน

(ภาพ: © thinkstock)
นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากกำลังให้ความสนใจหมู่บ้าน อาชเชียโรลี ทางใต้ของประเทศอิตาลี เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้ มีประชากรกว่า 30% เป็นคนชราที่มีอายุเกิน 100 ปี ที่ส่วนใหญ่ยังสุขภาพแข็งแรง…
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากกำลังให้ความสนใจกับประชากรของหมู่บ้านอาชเชียโรลี (Acciaroli) ในจังหวัดซาแลร์โน ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เนื่องจากในจำนวนประชากรประมาณ 1,000 คน มีจำนวนถึง 300 คนเป็นผู้มืออายุเกินร้อยปี (ศตวรรษิกชน) นับเป็นสัดส่วนที่สูงมาก ศาสตราจารย์อลัน ไมเซล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจได้นำทีมนักวิจัยไปค้นหาสาเหตุการมีอายุยืนยาวกล่าวว่า “คณะของเราเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำการศึกษาวิจัยประชากรของหมู่บ้านอาชเชียโรลี”
ประชากรของหมู่บ้านอาชเชียโรลีไม่เพียงแต่มีอายุยืนยาวเท่านั้น แต่พวกเขายังดำรงชีวิตอย่างดี มีจำนวนผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดหัวใจและอัลไซเมอร์น้อยมาก สิ่งที่นักวิจัยต้องตกตะลึงก็คือ “ประชากรส่วนใหญ่สูบบุหรี่และมีน้ำหนักเกิน แม้กระนั้น พวกเขาก็ยังมีสุขภาพที่ดี
เคล็ดลับของพวกเขาคืออะไร นอกเหนือจากอาหารการกินแบบเมดิเตอร์เรเนียน สิ่งที่นักวิจัยสังเกตพบเป็นอันดับแรกคือ โรสแมรี (Rosemary, Rosmarinus officinalis) ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง เป็นพืชพื้นเมืองของแถบเมดิเตอร์เรเนียน จัดอยู่ในวงศ์กะเพรา ใบมีรูปร่างคล้ายเข็ม ยาว 2-4 เซนติเมตร กว้าง 2-5 มิลลิเมตร มีกลิ่นหอมและเขียวอยู่ตลอดปี ที่มีบทบาทสำคัญยิ่ง เป็นสมุนไพรที่สมบูรณ์ด้วยแคลเซียม ธาตุเหล็ก และวิตามินบี มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ ผู้สูงอายุวัยเกินร้อยปีในหมู่บ้านนี้นิยมที่จะใส่โรสแมรีในอาหารแทบทุกอย่างที่รับประทาน พวกเขาชอบรับประทานปลาแอนโชวี่ นอกจากนั้น ยังชอบเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์อันงดงามบนภูเขาของหมู่บ้านอีกด้วย
“เป้าหมายของการทำวิจัยก็เพื่อศึกษาในระยะยาวถึงสาเหตุที่ช่วยให้ประชากรอายุเกินร้อยปีจำนวน 300 คน โดยทำการวิเคราะห์พันธุกรรมอย่างสมบูรณ์ รวมถึงการตรวจสอบวิถีการดำรงชีวิตทั้งอาหารการกินและการออกกำลังกาย” ศาสตราจารย์ไมเซลกล่าวและย้ำว่า “ผลการศึกษาวิจัยการมีชีวิตที่ยืนยาวของผู้สูงวัยกลุ่มนี้จะสามารถนำไปปรับใช้ได้ทุกแห่งในโลกนี้”.
ที่มา>>>Thairath

‘อาบรินี’ สารภาพอีก ตั้งใจโจมตีปารีสรอบ 2 ก่อนเปลี่ยนแผนบึมบรัสเซลส์แทน

(ภาพ: AFP)
โมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการโจมตีปารีส ซึ่งถูกจับเมื่อสัปดาห์ก่อน ยอมรับว่า ทีมโจมตีของพวกเขาตั้งใจจะโจมตีในกรุงปารีสรอบ 2 แต่ถูกตำรวจกดดันหนักจนต้องเปลี่ยนแผนไปโจมตีกรุงบรัสเซลส์แทน…
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการกลางเบลเยียมเปิดเผยในวันอาทิตย์ที่ 10 เม.ย. ว่า กลุ่มติดอาวุธที่อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดในกรุงบรัสเซลส์เมื่อ 22 มี.ค. วางแผนจะโจมตีกรุงปารีส ของฝรั่งเศส เป็นครั้งที่ 2 ตามหลังเหตุวินาศกรรมในวันที่ 13 พ.ย. ปีก่อน แต่ถูกบีบให้ต้องเปลี่ยนแผนไปโจมตีในกรุงบรัสเซลส์แทน เนื่องจากตำรวจตามล่าหนัก
ข้อมูลดังกล่าวมาจากคำรับสารภาพของนายโมฮัมเหม็ด อาบรินี ผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีกรุงปารีสเมื่อปลายปีก่อน และเพิ่งถูกจับกุมตัวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่า สมาชิกกลุ่มตัดสินใจก่อเหตุโจมตีในกรุงบรัสเซลส์แทนที่จะโจมตีกรุงปารีส หลังนายซาเลาะห์ อับเดลสลาม ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมโจมตีปารีสถูกจับกุมตัวในวันที่ 18 มี.ค.
นายอาบรินี ชาวเบลเยียมเชื้อสายโมร็อกโก วัย 31 ปี ยังยอมรับด้วยว่า เขาคือคนเดียวกับชายชุดขาว มือระเบิดคนที่ 3 ในทีมโจมตีสนามบินซาเวนเทม ในกรุงบรัสเซลส์ ที่ถูกกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ และตำรวจเบลเยียมกำลังตามล่าตัวอยู่ด้วย ซึ่งในวันอาทิตย์เขาถูกตั้งข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของกลุ่มก่อการร้าย และการก่อการร้ายที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต
ขณะที่มีผู้ต้องสงสัยถูกตั้งข้อหาอีก 3 คนคือ โอซามา เค. หรือที่สื่อในสวิตเซอร์แลนด์ระบุชื่อว่า โอซามา คราเยม ถูกตั้งข้อหาเดียวกันกับนายอาบรินี, นายเฮอร์วี บีเอ็ม. ชาวระวันดา และนายบิลาล อีเอ็ม. เป็นผู้ต้องสงสัยช่วยเหลือนายโอซามาและนายอับเดลสลาม
ทั้งนี้ ทางการเบลเยียมเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายที่ถูกเปิดเผยชื่อต่อสาธารณะถูกจับกุมตัวหรือถูกสังหารหมดแล้ว แต่นายกรัฐมนตรี ชาร์ลส์ มิเชล แห่งเบลเยียมยืนยันว่า รัฐบาลของเขาจะยังไม่ลดระดับการเฝ้าระวังซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นสูงสุดลำดับ 2 เช่นเดียวกับนายมานูเอล วาลส์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ที่ออกมาระบุว่าฝรั่งเศสจะยังไม่ประมาทภัยคุกคามที่ยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศสกำลังเผชิญ
ที่มา>>>Thairath

วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559

ทหาร เรียก ‘2 อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด’ เข้าค่าย เซ็นบันทึก ห้ามแจกขันแดง

ภาพจาก มทบ.27
ทหาร เรียก “นิรมิต-นิรันดร์” อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้ารายงานตัวค่าย มทบ.27หลังยึดขันแดงจากชาวบ้านร้อยเอ็ด จำนวน 400 ใบ ให้เซ็นบันทึกข้อตกลงไม่ให้ขัดคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 13/59…
เมื่อช่วงเย็นวันที่ 8 เม.ย.59 พล.ต.สถาภรณ์ ใบพลูทอง ผบ.มทบ.27 ในฐานะ ผบ.กกล.รส.จ.ร้อยเอ็ด ได้เชิญ นายนิรมิต สุจารี อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 พรรคเพื่อไทย และ นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 4 พรรคเพื่อไทย เข้ารายงานตัวที่ มทบ.27 ค่ายประเสริฐสงคราม ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อบันทึกเงื่อนไข กรณีเมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.โคกสว่าง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด พร้อมด้วยทหาร ชพท.มทบ.27 และปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อ.โพนทอง ได้อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 13/59 เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภัยอันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือ บ่อนทำลายเศรษฐกิจสังคมของประเทศฯ เข้ายึดขันพลาสติกสีแดง มีข้อความเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมือง พร้อมอวยพรวันสงกรานต์ จากชาวบ้านใน อ.โพนทอง จำนวน 2 คน จำนวน 400 ใบ
ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ผบ.มทบ.27 จึงขอให้อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้ง 2 คน ซึ่งมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดในพื้นที่ อ.โพนทอง อ.เสลภูมิ และ อ.หนองพอก ไม่ให้ยุยงปลุกปั่นชาวบ้านทางด้านการเมือง หากฝ่าฝืนกระทำการโดยเปิดเผย หรืออยู่เบื้องหลัง อาจเข้าข่ายผิดตามกฎหมายอาญา ม.116 โดยปรากฏว่าอดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ทั้ง 2 คน ยินดีให้ความร่วมมือตามเงื่อนไขทุกประการ หลังจากพากันลงนามบันทึกข้อตกลงในเงื่อนไขแล้ว จึงเดินทางกลับบ้าน.
ที่มา>>>Thairath

‘ราชันชุดขาว’ เล็งทาบ ‘มูรินโญ’ คืนถิ่น หากปิ๋ว ชปล.

“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด อาจมาดึง โชเซ มูรินโญ กลับมาคุมบังเหียนในถิ่น ซานติอาโก เบอร์นาบิว อีกครั้ง หากทีมมีอันต้องร่วงในถ้วยบิ๊กเอียร์รอบ 8 ทีม หลังบุกพ่ายหมาป่าเมืองเบียร์ไปก่อน ในเลกแรก 2-0…
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 8 เม.ย. ว่า “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งศึก ลาลีกา สเปน กำลังจับตาดูสถานการณ์ของ ‘เดอะ สเปเชียลวัน’ โชเซ มูรินโญ เพื่อจับตาดูสถานการณ์และอาจโน้มน้าวใจให้อดีตกุนซือรายนี้กลับมาคุมทีมอีกครั้งเป็นคำรบที่สอง หากทีมต้องตกรอบ ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก หลังบุกไปพ่าย ‘หมาป่าเมืองเบียร์’ โวล์ฟบวร์ก ไปก่อนในเกมแรก 2-0
โค้ชชาวโปรตุกีส ถูก เรอัล มาดริด ไล่ออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2013 ซึ่งตอนนี้กำลังว่างงานอยู่ หลังถูกเชลซีปลดออกจากตำแหน่งในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว โดยเจ้าตัวมีข่าวเชื่อมโยงอย่างหนักกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ท่ามกลางกระแสข่าวที่ลือให้แซ่ดว่า หลุยส์ ฟานกัล จะถูกปลดออกจากตำแหน่งกุนซือผีแดงหลังจบฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ดีล่าสุด ฟลอเลติโน เปเรซ ประธานราชันชุดขาว กำลังพิจารณาดึงเฮียเครียดมาร่วมทีมอย่างจริงจัง หลังจากที่ทีมกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมต่อการตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังบุกไปพ่าย โวล์ฟบวร์ก ที่โฟล์คสวาเกน อารีนา 2-0
สำหรับ มูรินโญ ตกเป็นข่าวปฏิเสธโอกาสที่จะเข้ามาคุมทีมต่อจากราฟาเอล เบนิเตซ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพราะตัวเขาหมายมั่นปั้นมือที่จะได้ไปคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ถึงอย่างไรล่าสุดตัวเขาเริ่มไม่แน่ใจ หลังมีกระแสข่าวลือออกมาว่า ผีแดง อาจให้โอกาสหลุยส์ ฟานกัล คุมทีมต่อไปในฤดูกาลหน้า หากสามารถนำทีมจบอันดับ 4 ไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ปีหน้าได้.
ที่มา>>>Thairath

วันพฤหัสบดีที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2559

'ปูติน' ปัดเพื่อนไม่ได้ทำผิด ชี้! ตะวันตกใช้ 'เอกสารปานามา' บ่อนทำลายรัสเซีย


(ภาพ: AP)
วลาดิเมียร์ ปูติน ออกมาปกป้องเพื่อนที่ถูกเอกสารปานามากล่าวหาว่าอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินว่าไม่ได้ทำอะไรผิด และกล่าวหาชาติตะวันตกว่ากำลังใช้เอกสารนี้เพื่อทำลายรัสเซีย...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งประเทศรัสเซีย ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีการรั่วไหลของ 'เอกสารปานามา' (ปานามาเปเปอร์ส) เป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดี โดยปฏิเสธว่าคนสนิทของเขาไม่ได้กระทำตามที่ถูกกล่าวหาในเอกสารดังกล่าว และระบุด้วยว่า ศัตรูของเขากำลังใช้ประเด็นนี้ในการบ่อนทำลายเสถียรภาพของรัสเซีย
ทั้งนี้ ‘เอกสารปานามา’ ของบริษัทกฎหมาย ‘มอสแซค ฟอนเซกา’ ในปานามา ถือเป็นการแฉเอกสารลับครั้งใหญ่สุดในโลก เพราะมีจำนวนถึง 11.5 ล้านชิ้น ที่หลุดรอดออกมาจากบริษัทกฎหมายในปานามาแห่งนี้ โดยอ้างว่า ได้เปิดเผยให้เห็นถึงกลวิธีในการที่บริษัทมอนแซค ฟอนเซกาช่วยผู้นำประเทศ หรืออดีตผู้นำ ตลอดจนบรรดานักการเมือง เจ้าหน้าที่ทางการ คนร่ำรวยที่มีอิทธิพลทั่วโลกหลายสิบคน ฟอกเงินหรือหลบเลี่ยงการจ่ายภาษี และซุกซ่อนทรัพย์สินในต่างประเทศ
เอกสารลับยังเปิดเผยวิธีการบริหารของ แบงก์ รอสซิยา ในรัสเซียเป็นครั้งแรก โดยธนาคารนี้โยกย้ายเงินผ่านบริษัทต่างประเทศหลายแห่ง และ 2 แห่งในนี้เป็นของ เซอร์เก โรลดูกิน หนึ่งในเพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปูติน รวมทั้งเป็นพ่อทูนหัวของ มาเรีย ลูกสาวของนายปูตินด้วย ซึ่งในเอกสารระบุว่า นายโรลดูกินทำกำไรมูลค่าหลายล้านดอลลาร์จากข้อตกลงที่น่าสงสัย
อย่างไรก็ตาม นายปูตินออกมาโต้แย้งผ่านรายการสดทางโทรทัศน์ว่า "ศัตรูในชาติตะวันตกของรัสเซียรู้สึกกังวลในความสามัคคีและความเป็นหนึ่งเดียวของรัสเซีย และนี่เป็นเหตุผลที่พวกเขาพยายามจะสั่นคลอนเราจากภายใน เพื่อให้รัสเซียมีท่าทีที่อ่อนน้อมมากขึ้น" ปูตินยังกล่าวหาด้วยว่า ศัตรูของนายปูตินไม่สามารถไม่หาชื่อของเขาใน เอกสารปานามา ได้ พวกเขาจึงสร้างข้อมูลขึ้นมา
"พวกเขาพบชื่อผู้ช่วยและคนรู้จักของผม 2-3 คน และแต่งเรื่องขึ้นมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน" นายปูตินกล่าว
นอกจากนี้ นายปูตินยังอ้างถึงข้อความที่เว็บไซต์วิกิลีกส์ทวีตลงบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ ซึ่งกล่าวหาหน่วยงานในรัฐบาลสหรัฐฯ คือ โครงการรายงานการคอร์รัปชันและองค์กรอาชญากรรม (OCCRP) และ องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา (USAid) เป็นผู้ออกเงินทุนและผลิตเอกสารปานามา เพื่อโจมตีนายปูติน.
ที่มา>>>Thairath